รีวิว Blackmores Radiance Marine Q10

posted on 10 Sep 2014 14:27 by minimarumakeup

รีวิว Blackmores Radiance Marine Q10

สำหรับตัวอาหารเสริม Blackmores Radiance Marine Q10 ตัวนี้ชูเรื่องของ 
1 ช่วยลดริ้วรอยบนใบหน้า 
2 วิตามินอี และซีลีเนียม มีส่วนช่วยในกระบวนการต่อต้านอนุมูลอิสระ

โดยมีคำอธิบายว่าเป็นผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร ประกอบด้วยคอลลาเจน-โปรตีนสกัดจากปลาทะเล พร้อมโคเอนไซม์คิวเทน ส่วนผสมของสมุนไพรสกัดนานาชนิด และวิตามินอี เบต้าคาโรทีน ซีลีเนียม และสังกะสี

     ซึ่งถ้าพูดง่ายๆคือมีวิตามินอีเป็นหลักช่วยลดปัญหาริ้วรอย
    ไก่ได้อาหารเสริมตัวนี้ในจังหวะที่เป็นช่วงที่งานหนักและนอนน้อยมาก วันหนึงจะได้นอนแค่ 4-5 ชั่วโมงและเวลานอนจะผิดจากปกติเพราะอาชีพไก่คือแต่งหน้าเจ้าสาวและต้องตื่นไปแต่งหน้าเจ้าสาวบางวันไม่ได้นอนเที่ยงคืนก็ต้องไปแต่งหน้าแล้วและจะได้นอนนิดหน่อยตอนสายๆและตื่นไปทำงานต่อ พอนอนน้อยเราก็ไม่ค่อยอยากกินน้ำกินข้าวแล้ว ครีมบำรุงก็ไม่อยากทา

ปรกติไก่จะไม่กินอาหารเสริมเลย นอกจากเวลาป่วยจะกินวิตามินซีเม็ดบ้าง โดยผลจากการทดลองกินBlackmores ตัวนี้ในจังหวะแบบนี้ก็ไม่ได้หวังว่าสภาพหน้าเราจะดีขึ้นได้ แล้วการคาดหวังให้สิวหรือรอยสิวหายยิ่งเป็นไปไม่ได้เพราะถ้านอนน้อยไก่จะสิวระเบิดเป็นปรกติ
    ดังนั้นเวลาที่จะเทสว่าสภาพผิวเราไหวไม่ไหว ไก่จะเทสโดยการแต่งหน้า ขั้นตอนที่จะเห็นผลชัดเจนที่สุดคือเวลาลงรองพื้น ถ้าผิวแย่มากจะรองพื้นไม่ติดหน้าเลยจะโบกจะย้ำด้วยฟองน้ำ จะปั่นด้วยแปรงก็ไม่ติดหน้า แต่วันนี้ลองแต่งหน้าดูไม่ได้ใช้ฟองน้ำย้ำใช้แค่นิ้วเกลี่ยรองพื้น แต่ไม่มีปัญหาเลย คือตอนแรกก็คิดว่าด้วยสภาพการใช้ชีวิตช่วงนี้ถ้ารองพื้นไม่ติดเราเข้าใจนะ แต่กลายเป็นผิวไม่มีปัญหา จะดูใต้ตาช้ำหนักกว่าปรกติแต่ขั้นตอนการแต่งหน้าเรากลับผ่านฉลุย

 

ไก่จึงขอสรุปผลว่า
ถ้าวัดเรื่องริ้วรอยหรือรอยสิวไก่วัดไม่ได้ก็จริง แต่ที่เห็นผลชัดเจนที่สุดคือสภาพผิวเรายังโอเคแม้เราจะนอนน้อย นอนผิดเวลา ทานน้ำน้อยมาก ในส่วนนี้อยากบอกว่ามันเวิร์คมากจริงๆ ถ้าได้ทานในช่วงที่เราใช้ชีวิตแบบปกติคาดว่าน่าจะช่วยให้ผิวเราดีขึ้นได้มากกว่านี้อีก
ใครที่เป็นคนนอนน้อย ไม่ได้ดูแลตัวเองเท่าไหร่และต้องการฟื้นฟูสภาพผิวไก่ขอแนะนำตัวนี้ค่ะ

 


รับแต่งหน้าเจ้าสาว แต่งหน้ารับปริญญา และอื่นๆ
http://minimarumakeup.com/

edit @ 10 Sep 2014 14:27:58 by MinimaruMakeUp

 

     ช่วงนี้เป็นช่วงเทศกาลรับปริญญาของน้องๆนักศึกษาทั้งหลาย บางคนก็จ้างช่างแต่งหน้ารับปริญญาบางคนก็แต่งหน้าเองซึ่งแล้วแต่ความถนัด ส่วนสาวๆที่ยังตัดสินใจไม่ได้ว่าจะจ้างหรือจะแต่งหน้าเองดี มาลองดูฮาวทูแต่งหน้ารับปริญญาด้วยตัวเองกัน เผื่อจะอยากฝึกแต่งหน้าเองบ้างนะคะ
  
เครื่องสำอางที่ใช้ในฮาวทูนี้ได้แก่

รองพื้นเรฟล่อนฝาดำสีSandBeige
คอนซีลเลอร์ Mac สี NC35 เพื่อผิดปานดำใต้ตา
รองพื้น Cover Mark สี 05 ใช้เป็นคอนซิลเลอรืปิดใต้ตาอีกรอบให้สีสว่างขึ้น
เฉดดิ้งครีม MTI

ไฮท์ไลท์ครีม MTI
แป้งฝุ่นสีโปร่งแสง Seven teen
ที่เขียนคิ้วแบบดินสอของ Etody
ที่เขียนคิ้วแบบฝุ่นของ Sivanna
อายแชร์โดว์ Naked-3
บรัชออนเรฟล่อน Haute Pink
ขนตาปลอมบอกต่อ J001
ลิปเมเบลีน Coral Crush 515

ขั้นตอนแรกของการแต่งหน้ารับปริญญา

    ขั้นตอนแรกคือการลงรองพื้นให้ผิวหน้าเนียนสว่าง โดยใช่เรฟล่อนสี Sand Beige เพราะมีคุณสมบัติคุมมัน ปกปิดและอยู่ทนพอสมควร โดยสีจะสว่างกว่าสีผิวเล็กน้อย เพราะเรฟล่อนมีข้อเสียคือสีจะดรอปลงอีกในระหว่างวันจึงต้องเลือกสีสว่างขึ้น 
    การลงรองพื้นไก่ใช้นิ้วเกลี่ยเพื่อที่จะได้ความร้อนจากนิ้วทำให้เนื้อรองพื้นอุ่นขึ้นและแห้งช้าลง เริ่มเกลี่ยจากหน้าผาก จมูก แก้ม คางโดยไล่ไปทีละส่วนเพื่อป้องกันเนื้อครีมแห้งจนเป็นคราบ จากนั้นใช้ฟองน้ำชุบน้ำหมาดๆกดย้ำให้ทั่วใบหน้าเพื่อให้รองพื้นติดทนมากขึ้น เพราะคีย์หลักของการแต่งหน้ารับปริญญาคือแน่นและอยู่ทน

    เมื่อดูในรูปร่องรอยสิวหายไปพอสมควร ที่จะยังเหลืออยู่คือรอยปานใต้ตาที่จะดูสีเข้มและช้ำกว่าที่อื่น



ขั้นตอนที่ 2 ของการแต่งหน้ารับปริญญา

    เมื่อลงรองพื้นเรียบร้อยแล้ว และยังเหลือจุดหรือร่องรอยต่างๆอยู่ ให้ตามเก็บรายละเอียดด้วยคอนซิลเลอร์ซึ่งต้องเลือกเนื้อครีมและสีให้ตรงตามวัตถุประสงค์ เช่นใช้คอนซีลเลอร์เพื่อใช้กลบใต้ตา  กลบปานดำ  กลบสิวแดงเป็นต้น 
    สำหรับใต้ตาควรใช้คอนซีลเลอร์เนื้อลิควิดเพราะหากเป็นเนื้อครีมจะทำให้ตกร่องระหว่างวัน ถ้าจะปิดปานดำให้เลือกโทนสีแดง และถ้าหากจะปิดสิวสีแดงให้เลือกโทนสีเหลือง โดยควรเลือกสีที่ใกล้เคียงสีผิวจริงที่สุด



ขั้นตอนที่ 3 ของการแต่งหน้ารับปริญญา
   ขั้นตอนต่อไปคือ การไฮท์ไลท์เพื่อสร้างจุดรับแสงให้ใบหน้า ได้แก่บริเวณหน้าผาก สันจมูก ปลายคาง โหนกแก้มทั้งสอง ใช้ไฮท์ไลท์แบบครีมเกลี่ยด้วยฟองน้ำให้เนียนไปกับผิว แล้วใช้เฉดดิ้งครีมเพื่อสร้างกรอบหน้าและสร้างแสงเงาให้ดูมีดั้ง ซึ่งเราเรียกกันว่าวิธีงัดดั้ง  การใช้เฉดดิ้งแบบครีมจะค่อนข้างใช้ยากแต่มีข้อดีคือดูเป็นธรรมชาติมากกว่าแบบฝุ่น สิ่งสำคัญของการเฉดดิ้งจมูกคือแสงควรเข้าหน้าตรงๆ เพื่อป้องกันปัญหาลงสีสองข้างไม่เท่ากันซึ่งจะทำให้ดูจมูกเบี้ยว เมื่อเฉดดิ้งและไฮท์ไลท์เสร็จให้ตบด้วยแป้งฝุ่นแบบโปร่งแสงเพื่อให้รองพื้นเซตตัวและไม่เปลี่ยนสีเดิมที่ทำไว้

 

 

 

ขั้นตอนที่ 4 ของการแต่งหน้ารับปริญญา

    การแต่งตาไก่เลือกอายแชร์โดว์จากพาเลท Naked3 ที่โทนออกชมพู เพราะการแต่งหน้ารับปริญญาเราจะไม่เน้นแต่งเข้มฉูดฉาด แต่เน้นความสดใสดูสวยสมวัย ขั้นตอนแรกใช้สี Burn outที่ออกสีชมพุอ่อนและมีประกายชิมเมอร์เล็กน้อยทาให้ทั่วเปลือกตา  จากนั้นใช้สี Nooner ที่เป็นสีชมพูอมม่วงเนื้อแมททาที่บริเวณปลายหางตาเพื่อสร้างมิติให้ตาดูโตขึ้น จากนั้นใช้แปรงเบลนเดอร์เบลนทั้งสองสีให้เนียนเข้าด้วยกัน 
   บริเวณใต้ตาล่างใช้สีขาวสุดคือ Strange ทาหัวตา ใช้อินเนอร์เขียนขอบตาด้านบน และขอบตาล่างบริเวณปลายหางตามากึ่งกลางตา ทับด้วยอายแชร์โดว์สีBlack Heart ทาที่ปลายตาจนถึงกึ่งกลางตา
   กรีดอายไลน์เนอร์ยกหางตาขึ้นเล็กน้อย

 

 

 

 

 

 ขั้นตอนที่ 5 ของการแต่งหน้ารับปริญญา
    
เขียนคิ้วด้วยดินสอบางที่ปลายคิ้วเพื่อเป็นไกด์ไว้ก่อน ระวังอย่าให้หางต่ำกว่าหัวคิ้ว จากนั้นใช้ที่เขียนคิ้วแบบฝุ่นระบายให้ทั่วโดยเริ่มจากสีอ่อนที่หัวคิ้วไปสีเข้มสุดที่หางคิ้ว เมื่อได้ทรงที่ต้องการแล้วให้ใช้คอนซิลเลอร์เก็บขอบให้กริบอีกครั้ง

 

 

 

ขั้นตอนที่ 6 ของการแต่งหน้ารับปริญญา

    เมื่อได้คิ้วทรงสวยแล้ว ให้กลับมาจัดการส่วนของตาให้เสร็จ ดัดขนตาและปัดมาสคาร่าโดยเน้นที่โคนขนตาเพื่อสร้างฐานไม่ให้ขนตาตก จากนั้นนำขนตาปลอมที่เลือกไว้มาตัดขนาดให้พอดีและติดให้ชิดแนวขนตาที่สุด  จากนั้นติดขนตาล่างที่ละช่อหรือจะไม่ติดก็ได้แล้วแต่ความชอบของแต่ละคน อาจจะใช้มาสคาร่าปัดที่ขนตาล่างแทนได้

 

 

ขั้นตอนที่สุดท้ายของการแต่งหน้ารับปริญญา

    ปัดแก้มด้วยบรัชออนสีสีชมพูสดใส ระวังอย่าปัดเข้มจนเกินไปและให้ดูระเรื่อไม่จัดตัวเป็นก้อน  จากนั้นทาลิปด้วยสีชมพูอมแดงก็ถือว่าจบขั้นตอนการแต่งหน้ารับปริญญาแล้วค่ะ



 


บริการรับแต่งหน้าเจ้าสาว แต่งหน้ารับปริญญา แต่งหน้าสมัครแอร์โฮสเตส และโอกาสพิเศษอื่นๆ
Miimaru Make Up 

     

การแต่งหน้าสําหรับหน้าหนาว

 

    เมื่อหน้าหนาวมาถึงเมื่อไร สาวๆหลายท่านอาจจะยิ้มสู้ เพราะไม่ต้องกังวลกับเครื่องสําอางบนใบหน้าว่าจะมันเยิ้ม หรือ ไหลมารวมกันบนใบหน้า เนื่องจากว่าเหงื่อน้อยและหน้าก็ไม่ค่อยจะมันมากนัก วันนี้เรามีการแต่งหน้าแบบใส ๆ

    ในหน้าหนาวมาฝากกันค่ะ ซึ่งก็เหมาะสําหรับแต่งหน้าให้เข้ากับเสื้อกันหนาวสีหวานสดใสหรือสีอ่อน ๆ แถมยังทําให้หน้าดูอ่อนกว่าวัยและสดใสขึ้นอีกด้วยค่ะ เรามาแต่งแต้มสีสันบนใบหน้าไปพร้อมๆกันเลยค่ะ โดยสีที่ใช้วันนี้เป็นสีพื้นฐานที่สาว ๆ มีอยู่แล้วค่ะ นั่นคือ ขาวชมพูนั่นเอง

เรามาเริ่มกันเลยค่ะ

(1.) ลงครีมบํารุงผิวหน้า หรือ มอยซ์เจอร์ไรเซอร์เพื่อเพิ่มความชุ่มชื้น

และไม่ให้ผิวหน้าเป็นขุยได้ง่าย

(2.) ลงรองพื้นและคอนซีลเลอร์ ให้เรียบร้อย

หากสาวๆท่านไหนอยากให้เครื่องสําอางติดทนนาน ก็ลงไพรเมอร์เพิ่มไปด้วย

แต่แนะนําให้ลงบาง ๆ เท่านั้นนะคะ(เดี๋ยวจะทําให้ดูหน้าลอยค่ะ)

อย่างที่บอกว่าวันนี้เราเน้นบุคลิกใส ๆ ค่ะ สุดท้ายก็ลงแป้งฝุ่นให้เรียบร้อย

(3.) เลือกใช้ดินสอเขียนคิ้วสีน้ําตาลวาดคิ้วให้โค้งสวยงาม

โดยเน้นความเข้มไปที่บริเวณหัวคิ้วเล็กน้อยค่ะ

(4.) ลงอายแชโดว์สีขาวประกายมุกให้ทั่วเปลือกตา

และอย่าลืมลงบริเวณใต้แนวคิ้วกันด้วยนะคะ

(5.) เลือกใช้อายแชโดว์สีชมพูอ่อนทาบริเวณพื้นที่ใต้รอยพับตา

แล้วเกลี่ยไปที่บริเวณหางตาให้เลยขึ้นมาด้านบนรอยพับตาสักเล็กน้อย

(6.) เลือกกรีดอายไลเนอร์บาง ๆ โดยไม่ต้องตวัดหางให้โค้ง

แต่กรีดไปตามแนวขนตาเท่านั้นนะคะ

(7.) เลือกใช้อายแชโดว์สีขาวประกายมุกทาบริเวณใต้ตา

เพื่อให้ดวงตาดูกลมโตและสดใสสมวัยค่ะ

(8.) เลือกปัดมาสคาร่าชนิดค่อนข้างหนา

เพื่อเน้นความเด่นของดวงตามากขึ้น

(9.) เลือกปัดแก้มด้วยบลัชออนสีชมพูส้มอ่อน บริเวณโหนกแก้ม

และริมสันจมูกบาง ๆ

(10.) เลือกทาลิปกลอสแวววาวสีชมพูอมส้มใส ๆ

เพื่อเพิ่มเสน่ห์ให้กับริมฝีปากให้ดูอวบอิ่มน่าหลงใหลค่ะ

เพียงเท่านี้ สาว ๆ

ก็สามารถปรับเปลี่ยนบุคลิกของตัวเองให้กลายเป็นสาวน่ารักสดใสตลอดหน้าหนา

วได้แล้วค่ะ

 
 
รับแต่งหน้าเจ้าสาว แต่งหน้ารับปริญญา แต่งหน้างานราตรี แต่งหน้าสมัครแอร์โฮสเตส และแต่งหน้าในโอกาสพิเศษต่างๆ
http://minimarumakeup.com/